BEOGAMING – กีฬา คาราเต้ (Karate)

BEOGAMING

คาราเต้ BEOGAMING เป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่มีมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าใครต่างก็ต้องรู้จักเพราะ กีฬาชนิดนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยมของ ชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยที่กีฬาประเภทนี้นั้น 

BEOGAMING : ประวัติ กีฬา คาราเต้

มีต้นกำเนิดมาจาก หมู่เกาะ โอกินาวะ และ ได้มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็น กีฬา คาราเต้ในปัจจุบันนี้ ที่ซึ่งจะเป็นการ เน้นไปที่การป้องกันตัว ด้วยศิลปะ การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ซึ่งถือว่า เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับกีฬาประเภทนี้ในสมัยนั้น

จนต่อมา กีฬา คาราเต้ นั้น ได้เป็นที่รู้จัก กันมากยิ่งขึ้น จนในที่สุด ในปี 1994 ได้มีการจัดการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งแรกขึ้น และ ได้มีการนำเอา กีฬาคาราเต้ นี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ 

การแข่งขัน ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ณ  เมือง ฮิโรชิม่า นั่นเอง โดยที่คาราเต้นั้น ได้มีแบ่งแยกประเภท ออกเป็นสองประเภท นั่นก็คือ คาตะ ที่เป็นการแข่งขันกันโดยใช้ท่ารำ จะตัดสินกัน ที่ความสวยงาม และ ความถูกต้อง ของท่าทางนั้นๆ

ส่วนของคูมิเต้นั้น จะเป็นท่าทางการต่อสู้ หรือเรียก ศัพท์ทางการว่า Free sparing จะเป็นการต่อสู้โดยใช้ท่าทางต่างๆ นั้นเอง ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่มีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว 

หรือ แม้แต่ ในเรื่องของการออกกำลังกาย ที่ส่งเสริมร่างกาย ของผู้เล่นนั้น ให้มีความยืดหยุ่น และ แข็งแรง ทั้งยังช่วยในการฝึกสมาธิพร้อม กับไหวพริบปฏิภาณ ในการรับมือกับสถานะการที่ไม่คาดฝันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ตัวของคาราเต้ นั้นได้เริ่มก็ต้องสมาคมในไทย เมื่อปี พ.ศ.2530 โดยมีชื่อเรียกว่า สมาคมสหพันธ์คาราเต้ – โดแห่งประเทศไทย หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ The Federation of All Thailand Karate-do Organizations -FATKO นั่นเอง 

ทั้งนี้สมาคมนี้ได้รับการยอมรับจาก สมาคมฯการกีฬาแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ 2539 หลังจากนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ จากเดิม เป็น สมาคมคาราเต้ – โดแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Karate-do Federation -TKF นี่ถือว่าเป็นก้าวเล็กๆสำหรับ กีฬาชนิดนี้ ในประเทศไทย

โดยในเวลาต่อมาประเทศไทยนั้น ได้มีการส่งตัว นักกีฬา  เพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขันที่จะจัดขึ้นที่ ประเทศเกาหลีใต้ ที่เมือง อินชอน ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ปี 2014 และ เป็นทางของ ทรงวุฒิ หมุนแทน 

ที่สามารถคว้าเอาเหรียญทองแดง มาให้กับทางประเทศได้เป็นครั้งแรก หลังจากก่อตั้งสมาคมขึ้นมา นี่ถือว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆ ในวงการคาราเต้เลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะเป็นความสำเร็จเล็กๆ แต่สักวันอาจเป็นความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ใครจะไปรู้

การนับคะแนนของกีฬาคาราเต้

การนับคะแนน แบบ คูมิเต้ นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับคือ

  • การเตะเข้าไปที่หน้า ศีรษะ ลำตัวช่วงบน หรือ การซ้ำคู่ต่อสู้ในระหว่างที่คู่ต่อสู้นั้นพลาดท่า BEO998 ล้มลงนั่นเอง จะถูกเรียกว่า อิปอน มีค่าคะแนนอยู่ที่ 3 คะแนน ถือว่ามากที่สุด
  • รองลงมาจะเป็น 2 คะแนน คือ การเตะช่วงลำตัวของ คู่ต่อสู้  จะถูกเรียกว่า วาซา-อาริ
  • อันดับสุดท้าย จะได้รับ 1 คะแนน จากการต่อยในระดับ หัว หรือลำตัว จะถูกเรียกว่า ยูโกะ

ซึ่งในการแข่งขันนั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับคะแนนครบ 8 คะแนนก่อนจะถือว่า จบเกม และ เป็นผู้ชนะในการแข่งขันในครั้งนั้น ทันที

การนับคะแนน แบบคาตะ จะมีดังนี้

  • ความถูกต้องของท่ายืน
  • ความเข้าใจในท่าที่นำมาใช้
  • การกำหนดลมหายใจ ในการรำ
  • ความยากง่ายของท่านั้นๆ
  • ความแข็งแกร่ง แข็งแรง พละกำลัง ความเร็ว ความสมดุลของร่างกาย และจังหวะในการแข่งขัน ผู้เล่นต้องมีสมาธิ และ ปฏิบัติตามกฎของ การแข่งขันอย่าง เคล่งครัด

บทความดี ๆ จาก BEOGAMING

ผู้เขียน : BEO998